Z021MG Magnesium Glycinate : แมกนีเซียม ไกลซิเนต
สำหรับผู้ประกอบการ เจ้าของแบรนด์ และทีมวิจัย (R&D) ที่กำลังมองหา วัตถุดิบอาหารเสริม ในกลุ่มแร่ธาตุแมกนีเซียมที่ตอบโจทย์เรื่องประสิทธิภาพและการนำไปใช้งานจริง Magnesium Glycinate (แมกนีเซียม ไกลซิเนต) หรือที่รู้จักในอีกชื่อว่า Magnesium Bisglycinate เป็นหนึ่งในฟอร์มของแมกนีเซียมที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมสุขภาพระดับสากล ว่ามีความเสถียรและเหมาะสมที่สุดสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคุณภาพสูง
ทำไมอุตสาหกรรมอาหารเสริมจึงนิยมใช้ Magnesium Glycinate ?
ปัญหาหลักของการใช้แมกนีเซียมฟอร์มทั่วไปในท้องตลาด (เช่น Magnesium Oxide) คือการดูดซึมที่จำกัดและมักก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อระบบขับถ่าย แต่ Magnesium Glycinate ถูกพัฒนาขึ้นโดยการนำแร่ธาตุแมกนีเซียมมาจับกับตัวกับกรดอะมิโนไกลซีน (Glycine) 2 โมเลกุล ซึ่งให้ข้อดีในเชิงอุตสาหกรรมดังนี้:
1. การดูดซึมที่มีประสิทธิภาพสูง (High Bioavailability): โครงสร้างที่จับกับกรดอะมิโนช่วยให้แมกนีเซียมถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดผ่านผนังลำไส้ได้ดีขึ้น ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
2. ลดปัญหาผลข้างเคียงต่อระบบลำไส้ (Gentle on the Stomach): แมกนีเซียมฟอร์มอื่นมักมีฤทธิ์ดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้ ทำให้ผู้บริโภคเกิดอาการถ่ายเหลว หรือมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ (Laxative effect) แต่ฟอร์ม Glycinate มีความอ่อนโยนต่อกระเพาะอาหารและลำไส้สูงมาก สามารถรับประทานต่อเนื่องได้โดยไม่กระทบระบบขับถ่าย
3. เหมาะกับสูตรตำรับเฉพาะทาง (Targeted Formulation): ตัวกรดอะมิโนไกลซีน (Glycine) เองมีคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้วัตถุดิบตัวนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนำไปพัฒนาสูตรอาหารเสริมในกลุ่มดูแลคุณภาพการนอนหลับ และคลายความเครียด (Relaxation formula)
ปริมาณ Magnesium ที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน (อ้างอิงตามข้อกำหนด อย. ไทย)
เพื่อให้กระบวนการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาทเป็นไปตามปกติ ร่างกายจำเป็นต้องได้รับแมกนีเซียมอย่างเพียงพอ
อ้างอิงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 182) พ.ศ. 2541 ว่าด้วยสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคประจำวันสำหรับคนไทย (Thai RDI):
ปริมาณแมกนีเซียม (Magnesium) ที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน คือ 350 มิลลิกรัม (mg)
ประโยชน์ของ Magnesium ตามหลักสรีรวิทยา (Physiological Benefits)
สนับสนุนการทำงานของกล้ามเนื้อ (Muscle Function): แมกนีเซียมมีบทบาทสำคัญในกระบวนการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อ
สนับสนุนการทำงานของระบบประสาท (Nervous System): มีส่วนช่วยในการส่งสัญญาณประสาทให้เป็นไปอย่างปกติ
การบำรุงกระดูกและฟัน: แมกนีเซียมทำงานร่วมกับแคลเซียมและวิตามินดี ในการรักษาสมดุลของโครงสร้างกระดูกในร่างกาย
💡 ข้อมูลสำหรับนักพัฒนาสูตร (Formulator Tip):
ในเชิงการผลิตจริง (Production) โครงสร้างของ Magnesium Glycinate มีน้ำหนักโมเลกุลที่ค่อนข้างใหญ่ การจะใส่ให้ได้ Magnesium บริสุทธิ์ (Elemental Magnesium) ถึง 350 mg อาจต้องใช้พื้นที่ในแคปซูลมากเกินไป
คำแนะนำในการทำสูตร: R&D ชั้นนำมักนิยมนำ Magnesium Glycinate ไปผสมผสาน (Synergistic Blend) ร่วมกับสารสกัดกลุ่ม L-Theanine, Chamomile หรือ Vitamin B Complex ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์สูตร “สนับสนุนการพักผ่อน (Sleep & Relaxation Support)” หรือสูตร “ฟื้นฟูกล้ามเนื้อสำหรับนักกีฬา” ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงและกำลังเติบโต
ทำไมผู้บริโภคถึงต้องการอาหารเสริม Magnesium? (Market Demand)
ผลกระทบจากการได้รับแมกนีเซียมไม่เพียงพอ
ในยุคที่ผู้คนรับประทานอาหารแปรรูปมากขึ้น ทำให้การได้รับแมกนีเซียมจากแหล่งธรรมชาติ (เช่น ผักใบเขียว ถั่ว ธัญพืช) ลดลง ซึ่งการขาดแร่ธาตุชนิดนี้สัมพันธ์กับสภาวะต่างๆ ดังนี้:
การทำงานของกล้ามเนื้อผิดปกติ: มักแสดงออกในรูปของอาการเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อ หรือเกิดความรู้สึกตึงตัวบริเวณกล้ามเนื้อบ่อยครั้ง
ความอ่อนล้าทางระบบประสาท: ส่งผลต่อความสามารถในการรับมือกับความเครียดระหว่างวัน และอาจทำให้คุณภาพการนอนหลับลดลง
ข้อมูลทางวิชาการและงานวิจัยที่รองรับ (Scientific References)
ข้อมูลวิชาการเพื่อใช้เป็นเอกสารอ้างอิงสำหรับทีม R&D ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์:
1. งานวิจัยด้านการดูดซึมของแมกนีเซียมรูปแบบต่างๆ (Bioavailability)
สรุปวิจัย: งานวิจัยทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับการดูดซึมของแมกนีเซียมพบว่า แมกนีเซียมในรูปแบบเกลืออินทรีย์ (Organic salts) เช่น Glycinate และ Citrate มีอัตราการดูดซึม (Bioavailability) เข้าสู่ร่างกายได้ดีกว่ารูปแบบอนินทรีย์ (Inorganic salts) เช่น Magnesium Oxide อย่างมีนัยสำคัญ
อ้างอิง: Gröber, U., Schmidt, J., & Kisters, K. (2015). Magnesium in Prevention and Therapy. Nutrients.
ลิงก์อ้างอิง: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4586582/
2. งานวิจัยเกี่ยวกับบทบาทของแมกนีเซียมต่อคุณภาพการนอนหลับ
สรุปวิจัย: การศึกษาแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (Double-blind placebo-controlled) ในผู้สูงอายุที่มีปัญหาคุณภาพการนอนหลับ พบว่าการเสริมแมกนีเซียมมีส่วนช่วยส่งเสริมตัวชี้วัดคุณภาพการนอนหลับให้ดีขึ้นตามหลักสถิติ โดยไปสนับสนุนการทำงานของสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับการผ่อนคลาย
อ้างอิง: Abbasi, B., et al. (2012). The effect of magnesium supplementation on primary insomnia in elderly: A double-blind placebo-controlled clinical trial. Journal of Research in Medical Sciences.
ลิงก์อ้างอิง: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3703169/
Brut by Faberge is a Aromatic Spicy fragrance for men. Brut was launched in 1968. The nose behind this fragrance is Karl Mann. Top notes are Anise, Lavender, Bergamot, Basil and Lemon; middle notes are Geranium, Jasmine and Ylang-Ylang; base notes are Oakmoss, Patchouli, Vetiver, Tonka Bean, Sandalwood and Vanilla Brut, one of the most popular men’s colognes was first launched in 1964. It is originally produced by Faberge Paris.
Top notes: lemon, bergamot, lavender, anise and basil. Heart: geranium, jasmine and ylang-ylang. Base: sandalwood, oak moss, vetiver, patchouli, tonka bean and vanilla. It is advertised with the slogan “The essence of men”

สั่งซื้อสินค้า Magnesium Glycinate : แมกนีเซียม ไกลซิเนต
ได้ที่ Line@BKKCHEMI หรือหน้าร้านกรุงเทพเคมี โทร.02-034-1515,02-015-6262
Top notes: lemon, bergamot, lavender, anise and basil. Heart: geranium, jasmine and ylang-ylang. Base: sandalwood, oak moss, vetiver, patchouli, tonka bean and vanilla. It is advertised with the slogan “The essence of men”







